เปลี่ยนห้องเรียนให้มีความหวัง ปลุกพลังให้คุณครูและนักเรียน

ห้องเรียนความหวัง

กลยุทธ์สร้างห้องเรียนให้เปี่ยม “ความหวัง” สร้างพลังบวกให้ครูและนักเรียน

ช่วงเวลาที่แสนวุ่นวายทั้งจากสถานการ์โควิด 19และความเปลี่ยนแปลงทั้งในและนอกห้องเรียน ทำให้เกิดผลกระทบทางจิตใจต่อทั้งนักเรียนและคุณครูอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในช่วงเวลาแบบนี้ทำให้หลายคนรู้สึกไม่แน่นอนกับชีวิตและสิ้นหวัง แต่ว่าเราสามารถใช้ห้องเรียน สถานที่ที่คุณครูและนักเรียนส่วนใหญ่ใช้ชีวิต เป็นสถานที่เสริมสร้างแรงบันดาลใจและพลังงานด้านบวกได้ ซู อาร์โซลา ผู้อำนวยการโรงเรียนSouth Pointe Middle Schoolจากแคร์ลิฟอร์เนียกล่าวในงานวิขัยของเธอว่าในช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนี้ การที่คุณครูและผู้สอนทั้งหลายนำห้องเรียนด้วยพลังบวก ให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ทำให้นักเรียนมองโลก มีความเชื่อและอนาคตในแง่ดีขึ้น นอกจากช่วยรักษาจิตใจในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้แล้วยังมีผลดีในระยะยาวอีกด้วย ในเวลาแบบนี้การแฝงความคิดเชิงบวกลงไปในการเรียน ไม่ว่าจะในการเรียนออนไลน์หรือเมื่อเรียนตัวต่อตัว ก็สามาราถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้แล้ว
เว็บ Edutopia ได้รวบรวมกลยุทธ์สร้างห้องเรียนที่เปี่ยมไปด้วยความหวังเพื่อเพิ่มพลังบวกให้กับนักเรียนและคุณครูไว้
1. จัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) คุณครูสามารถให้นักเรียนเรียนรู้สิ่งต่างๆผ่านการเรียนผ่านโครงงาน การให้งานนักเรียนแนโครงงานที่นักเรียนได้เชื่อมโยงประสบการณ์จากชีวิตจริงในการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนมีโอกาสได้เชื่อมโยงชีวิตจริงกับการเรียนและหาคำตอบผ่านประสบการณ์จริง และมีส่วนช่วยให้นักเรียนมีความเข้าใจกับสถานการณ์รอบตัวของนักเรียนเองได้มากขึ้น ผ่านการทำงานนี้นี่เอง
2. อย่าลืมบอกเล่าข่าวสารปัจจุบันที่ดีให้กับนักเรียน ในช่วงเวลาแบบนี้หากคุณครูสามารถบอกเล่าข่าวสารและความรู้รอบตัวที่ดีให้กับนักเรียนแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย ก็ทำให้บรรยากาศในห้องเรียนดีขึ้นได้ การตามข่าวสารในช่วงสถานการณ์โควิดนั้นทำให้เกิดความเครียดได้ ดังนั้น การแสดงให้นกเรียนเห็นว่าในช่วงเวลานี้ ยังมีข่าวสารที่ดีอยู่จะทำให้นักเรียนรู้สึกมีความหวังมากขึ้น โดยเว็บไซต์ที่คอยบอกข่าวสารเชิงบวกรอบโลกที่แนะนำคือ CNN The Good Stuff
3. สอนเรื่องราวของพลังของ”เด็ก”เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ในเวลาแบบนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งข้อความไปหาเด็กว่าพวกเขามีพลังมากพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้ แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม หากคุณครูสามารถสอดแทรกเรื่องราวของเด็กอายุใกล้เคียงกับนักเรียนที่ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆเชิงให้กำลังใจว่า พวกเขาเองก็สามารถเป็นประโยชน์ต่อสังคมรอบตัวเองได้
4. สอนประวัติศาสตร์ผ่านมุมมองที่มนุษยชาติยังสามารถก้าวหน้าได้ ประวัติศาสตร์นั้นนอกจากเรื่องราวของอดีตแล้วยังแสดงเห็นถึงแพทเทิร์นในอดีตว่าเราเคยเผชิญหน้าในสถานการณ์เลวร้ายในอดีตมาก่อนแล้วผ่านมาได้ นอกจากนั้นการที่คุณครูสอนประสบการณ์ของสิ่งที่โลกเผชิญในอดีตแล้วยังเป็นการแสดงให้เห็นว่ามนุษย์เรามีความสามารถที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งเลวร้ายและก้าวผ่านมันไปได้
5. สอนวิทยาศาสตร์เพิ่มความหวัง ผู้เขียนบทความEdutopiaได้แบ่งปันประสบการณ์ว่าการเรียนวิทยาศาสตร์ให้ความหวังเธอในช่วงที่แคลิฟอร์เนียมีไฟป่าร้ายแรง คือการที่คุณครูของเธอเรื่องวัฐจักรของธรรมชาติว่าหน้าดินสามารถมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นได้หลังไฟ การสอนวิทยศาสตร์ที่ชี้ฟ้าหลังฝน เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ถึงอนาคตที่สวยงาม
6. สนับสนุนการเคลื่อนไหวและกิจกรรมเพื่อสังคมของเด็ก การสนับสนุนนักเรียนในการเคลื่อนไหวเพื่อสังคม แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีสิทธิ มีเสียงและพลังที่จะเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นในอนาคตได้ โดยคุณครูสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยการช่วยเหลือนักเรียนในจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ หรือแม้แต่ร่วมแสดงความเห็นและชี้แนะความคิดเชิงขับเคลื่อนสังคมของนักเรียน
7. ปลูกฝังการสอนเรื่องสติ(Mindfulness) ในยุคที่ข่าวสารมาไวไปไว แถมยังมีข่าวชวนเศร้าใจรายวัน การสอนให้เด็กๆมีสติและมุมมองต่อโลกที่กว้างขวาง ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้อย่างแข็งแรงและถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ คุณครูต้องทำให้เด็กๆรู้ว่า การที่เรามาอารมณ์เศร้าและอ่อนไหวนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งสำคัยคือนักเรียนต้องมีสติที่จะเข้าใจเหตุผลและอารมณ์ของตัวเอง โดยที่คุณครูสามารถช่วยนำทางให้เด็กๆมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดีได้
ที่มา Edutopia