คุณครูทำอย่างไร เมื่อนักเรียน Bully กัน!

เมื่อนักเรียน Bully กัน คุณครูทำยังไงได้บ้าง?

การกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนของนักเรียนไม่ควรเป็นเรื่องปกติ จึงเป็นหน้าที่ของครูที่เป็นตัวแทนผู้ใหญ่ คอยดูแลและห้ามปรามไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น หลายครั้งที่คุณครูเผลอมองข้ามปัญหาการกลั่นแกล้งเหล่านี้ไป ด้วยความที่หลายครั้งการกลั่นแกล้งนั้นซ่อนจากสายตาคุณครู ทั้งนักเรียนถูกรังแกนั้นถูกกลั่นแกลงเสียจนไม่รู้ปลอดภัยพอแม้แต่ที่จะขอความช่วยเหลือจากใคร   

หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า ในเมื่อนักเรียนคนอื่น ๆ ที่มองเห็นการกลั่นแกล้งเกิดขึ้นถึงไม่ลุกขึ้นมาปกป้องเพื่อนคนอื่น ๆ แต่ว่าหลายครั้งนักรียนที่เป็นพยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์นั้นเองก็หวาดกลัวที่จะกลายเป็นเหยื่อที่ถูกกกลั่นแกล้งไม่แพ้ใคร เพราะอำนาจของเด็กที่กลั่นแกล้งดูมากเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหว ครูผู้เป็นตัวแทนผู้ใหญ่ในสถาบันจึงเป็นที่พึ่งที่สำคัญของนักเรียน บทความนี้หวังว่าจะช่วยคุณครูจับสังเกตการ Bully กันในหมู่นักเรียน และทำให้คุณครูช่วยเหลือนักเรียนได้มากขึ้น ง่ายขึ้น

อ่านบทความ ทำความเข้าใน Bully ในโรงเรียนได้ที่นี่

ใครมีโอกาสกลายเป็นหัวโจกนักรังแก?

สถาบัน American Psychological Association (APA) เปิดเผยว่าสองปัจจัยที่มักจะเกี่ยวข้องกับนิสัยกลั่นแกล้งรังแกคือ

          นักเรียนที่มีปัญหาในการเรียน

          ความขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาด้านความสัมพันธ์และสังคม

นักเรียนหัวโจกมักจะมีปัญหาในการอยู่ร่วมและแก้ปัญหาด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น พวกเขามองโลกในแง่ลบ ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น ซึ่งมักเป็นผลมาจากการเติบโตท่ามกลางความขัดแย้ง การขาดความใส่ใจจากพ่อแม่

นักเรียนที่มักจะเป็นนักเลงหัวโจกในการกลั่นแกล้งมักจะ

          มีความเป็นผู้นำสูง

          รู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งและมีอำนาจ

          รู้สึกว่ามีตำแหน่งทางสังคมและอำนาจที่ตนต้องรักษา

          หนีปัญหา

ส่วนเด็กที่ถูกรังแกเองก็มีจุดสังเกตได้เช่นกัน พวกเขามักจะถูกเพ่งเล็งจากหัวโจกเพราะความแตกต่างทั้ง

          รูปร่างลักษณะ

          เชื้อชาติ

          สถานะทางการเงิน

          ความสนใจ และอื่น ๆ ที่ทำให้นักเรียน Bully รู้สึกว่าเขามีอำนาจเหนือกว่าเพราะพวกเขาดูแตกต่างจากคนอื่น

โดยหลายที่แสดงความเห็นว่าเด็ก ๆ ที่มีความเสี่ยงที่จะถูกผลักให้เป็นคนแปลกแยกได้แก่ เด็กที่อ่อนแอกว่าทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ส่งผลให้พวกเขาต้องพบกับภาวะซึมเศร้าง่ายกว่าปกติ เด็กใหม่ที่ยังไม่มีโอกาสได้เข้ากับกลุ่มเพื่อกรือสังคมใหม่ หรือเด็กที่ทำให้อำนาจของคน Bully สั่นคลอน เช่น ผลการเรียนที่ดีกว่า รูปร่างหน้าตาเป็นที่สนใจมากกว่า

โดยผลของการถูกกลั่นแกล้งนั้นเห็นถึงระยะยาว ซึ่งคุณครูสามารถสังเกตได้จาก

          ความมั่นใจของนักเรียนที่ลดลง ความกล้าในการพูดต่อหน้าสาธารณะน้อยลง

           ปิดกั้นตัวเองให้โดดเดี่ยวจากสังคม

          การเรียนตกลง

          หยุดมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ

          ไม่คุยเรื่องโรงเรียนกับใคร

          ขาดเรียน

ยิ่งการกลั่นแกล้งนานเท่าไหร่ อาการเหล่านี้ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นและอาจเกิดเป็นบาดแผลรุนแรงในใจของนักเรียนเหล่านี้ และส่งผลต่อบุคลิกและการเข้าสังคมของพวกเขาไปจนโต

การจัดการการกลั่นแกล้งในห้องเรียนนั้นสิ่งสำคัญคือการจับสังเกต รับรู้และจัดการให้อยู่หมัด หนึ่งคือการค้นหาสาเหตุว่าทำไมการกลั่นแกล้งนี้ถึงเกิดขึ้น และให้แสดงให้นักเรียนเห็นว่าโรงเรียนพร้อมจะปกป้องนักเรียนที่เป็นเหยื่อ และหยุดนิสัยการกลั่นแกล้งขอนักเรียนที่กลั่นแกล้งผู้อื่น และรับฟังเหตุผลต่าง ๆ ของพวกเขา นักเขียนจาก Teacher Academy แสดงความเห็นว่า การจัดการสถานการณ์กลั่นแกล้งกันที่ดีที่สุด คือการดับเชื้อไฟ ไม่ให้มีการกลั่นแกล้งเกิดขึ้นอีก แต่ไม่ใช่การบังคับให้นักเรียนที่กลั่นแกล้งและถูกกลั่นแกล้งกลับมาเป็นเพื่อนกัน

กันไว้ดีกว่าแก้

         การที่ต้องจัดการปัญหาการกลั่นแกล้งกันหมายความว่า ได้มีเหยื่อในเหตุการณ์นั้นไปแล้ว ดังนั้น คุณครูย่อมไม่ต้องการให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับเหล่าลูกศิษฐ์และโรงเรียน การป้องกันการ Bullying ในโรงเรียนนั้น ทำได้ด้วยการสร้างโรงเรียนให้ป็นสถานที่ ๆ นักเรียนรู้สึกปลอดภัย โดยสามารถทำได้ดังนี้

          ให้นักเรียนมีโอกาสได้พัฒนาทักษาะด้านอารมณ์และสังคม การมุ่งเน้นสอนให้นักเรียนเข้าใจตัวเอง มีสติกับสิ่งรอบตัว และรู้จักเข้าอกเข้าใจคนอื่น

          แสดงให้นักเรียนเห็นว่าปัญหาสามารถแก้ไขได้ด้วยการสื่อสารที่ดี และสนับสนุนให้นักเรียนแต่ละคนเปิดเผยสิ่งที่คิดให้กับคนอื่น ๆ ได้ และสามารถพึ่งพากันและกันได้

          ปลูกฝังความมั่นใจในตัวเง และการเคารพในความแตกต่างให้กับนักเรียน

          ทำให้นักเรียนมั่นใจว่า หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นพวกเขาสามารถเข้าหาคนในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือบุคลากรในโรงเรียน ให้นักเรียนรู้ว่าหากมีเรื่องการกลั่นแกล้งเกิดขึ้น พวกเขาสามารถขอความช่วยเหลือได้จากที่ไหน

          ให้การศึกษานักเรียน บุคลากร รวมทั้งผู้ปกครอง เรื่องการ Bully และการกลั่นแกล้ง

สางสำคัญที่สุดคือ ทุกคนนั้นเข้าใจว่า การกลั่นแกล้งภายในหมู่นักเรียนคืออะไร และเข้าใจความรุนแรงของมัน ทำให้พวกเขารู้สึกว่า ต้องร่วมมือกันป้องกันไม่ให้การกลั่นแกล้งเกิดขึ้นนั่นเอง 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก Europass Teacher Academy