นักเรียน นักเลง เจาะลึก การ Bully ในโรงเรียนคืออะไร

นักเรียน นักเลง เจาะลึก การ Bully ในโรงเรียนคืออะไร

  การกลั่นแกล้งกันของนักเรียนนั้น ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นกลายเป็นเรื่องที่ปกติไปแล้วในสังคมโรงเรียน การกลั่นแกล้งกันนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งในและนอกห้องเรียน ในชีวิตจริงต่อหน้าและบนโลกออนไลน์ 

ผลกระทบของการกลั่นแกล้งในโรงเรียนนั้น ส่งผลต่อนักเรียนในระยะยาวจนถึงเมื่อพวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่เลยทีเดียว การกลั่นแกล้งกันนั้นมีหลายแบบ ไม่ใช่แค่การทำร้ายร่างกาย แต่รวมถึงการทำร้ายจิตใจและอื่น ๆ ที่หลาย ๆ คนไม่เข้าใจว่ามันคือการกลั่นแกล้งกันอย่างไร ทั้งนี้ในหลายครั้ง การที่เราไม่ใช่นักเรียนผู้ถูกกระทำ ทำให้เราไม่เข้าใจคำว่า Bully อย่างแท้จริง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญของคุณครูและบุคลากรของโรงเรียน ที่ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ และต้องป้องกันแก้ไข

นักเรียน สังคมโรงเรียน กับพฤติกรรมการ Bully แท้จริงคืออะไร?

Bully พฤติกรรมการ ช่มเหงรังแก หรือการแสดงท่าทีที่มีความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้วาจาหรือการลงมือกระทำทางร่างกาย ด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งส่งผลกระทบให้ผู้อื่นได้รับความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ และรู้สึกด้อยคุณค่า

ส่วนประกอบสำคัญของกากลั่นแกล้ง หรือ Bully ที่สังเกตได้มีดังนี้

          การกลั่นแกล้งกันเป็นพฤษติกรรมรุนแรงโดยตั้งใจ

          ความสัมพันธ์นี้มีความไม่สมดุลของอำนาจ ผู้กลั่นแกล้งมีอำนาจเหนือผู้ถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งอาจจะทั้งด้านร่างกาย หรือจิตใจ

          การกลั่นแกล้งนั้นเกิดขึ้นซ้ำ ๆ

ซึ่งการกลั่นแกล้งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงระหว่างคนสองคน อาจจะเป็นทั้งนักเรียนกลุ่มหนึ่งกลั่นแกล้งนักเรียนคนเดียว หรือ นักเรียนเพียงไม่กี่คนกลั่นแกล้งนักเรียนกลุ่มใหญ่ก็ได้

ประเภทของการ Bully

การ Bully นั้นมีหลากหลายแบบและมีทั้งซับซ้อน แต่ว่าที่พบได้บ่อยครั้งมี 6 ประเภทใหญ่

  1.       กลั่นแกล้งทางร่างกาย การกลั่นแกล้งกันทางร่างกายนั้นเป็นประเภทที่สังเกตุง่ายที่สุด เพราะว่าเป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ เช่น การตบตีทำร้ายร่างกาย และนักเรียนผู้กลั่นแกล้งมักมีความได้เปรียบทางร่างกาย

  2.       กลั่นแกล้งทางคำพูด การกลั่นแกล้งทางคำพูดนั้นไม่ใช่แค่การด่าทอ แต่รวมทั้งการพูดให้ผู้ถูกกระทำด้อยคุณค่าทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นการล้อเลียน นินทาว่าร้าย หรือข่มขู่ หลาย ๆ ครั้งคุณครูมักจะมองข้ามไป แต่ผลกระทบทางลบของมันต่อนักเรียนนั้นใหญ่ไม่แพ้การกลั่นแกล้งแบบไหนเลย

  3.       กลั่นแกล้งทางด้านสังคม การกลั่นแกล้งทางด้านสังคมนั้นคือการผลักนักเรียนที่ถูกกลั่นแกล้งออกจากกลุ่ม ให้รู้สึกโดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่ง เช่น การไม่ยอมรับนักเรียนเข้ากลุ่มงาน เข้ากิจกรรมต่าง ๆ การตัดสายสัมพันธ์ ปล่อยข่าวลือ นี่เป็นอีกหนึ่งการกลั่นแกล้งที่ผู้ใหญ่มักจะเมินมองเพราะไม่เห็นพฤติกรรมรุนแรงอย่างชัดเจน

  4.       รุกรานสิ่งของส่วนตัว สิ่งนี้รวมไปถึง การขโมยของ แอบซ่อน หรือลายข้าวของส่วนตัวของนักเรียนผู้เป้นเหยื่อ

  5.       การกลั่นแกล้งตอบโต้ พฤติกรรมนี้คือการที่นักเรียนที่เคยเป็นเหยื่อความรุนแรง ทั้งจากที่โรงเรียนเอง หรือจากสภาพแวดล้อมภายนอกเช่น บ้าน ครอบครัว กลายเป็นผู้กลั่นแกล้งและแสดงพฤติกรรมรุนแรง

  6.       การออนไลน์ การกลั่นแกล้งออนไลน์นั้นคือทุกการ Bully ที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยี หรือแม้แต่การส่งข้อความธรรมดา สิ่งนี้รวมถึง การโพสท์ข้อความทางลบที่นักเรียนเหยื่อต้องพบกับความอับอาย การเผยแพร่ข้อมูลของเหยื่อ และอื่น ๆ การกลั่นแกล้งออนไลน์นั้นเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชม. และยากที่จะควบคุม แต่ในอีกทางหนึ่งก็สามารถลากหาต้นตอได้พร้อมหลักฐานมัดตัวชัดเจน

และแน่นอนว่ายังมีการกลั่นแกล้งอีกมากมายหลายแบบ หรือแม้แต่ผสมกัน การกลั่นแกล้ง หกแบบที่ยกตัวอย่างมานั้น เป็นที่พบเจอได้บ่อย ๆ เด็ก ๆ เป็นเหยื่อนั้นมักจะไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ทั้งเพราะความไม่รู้และความกลัว ทั้งความรุนแรงจากการรังกแกยังทำให้เด็กรู้สึกโดดเดี่ยว ส่วนเด็กคนอื่น ๆ ที่มองเห็นการกลั่นแกล้งเองก็ทั้งไม่เข้าใจการกลั่นแกล้ง หรือหวาดกลัวที่จะเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนนักเรียน จึงเป็นหน้าที่ของโรงเรียนและคุณครูที่ทำให้เด็กรับรู้ว่า คุณครูสามารถเป็นที่พึ่งที่ปลอดภัยของนักเรียนได้ รวมทั้งคอยสังเกตนักเรียนอย่างใกล้ชิด อย่ามองข้ามหรือมองว่าเป็นเพียงการเล่นกันของเด็ก ๆ เพราะสำหรับเด็ก ๆ แล้ว ความรู้สึกยามถูกนั้น จะเป็นบาดแผลที่ติดตัวพวกเขาไปจนโต