ครูหมดไฟหรือหมดใจ!! โรงเรียนคือปัจจัยสำคัญ ช่วยลดอาการหมดไฟในคุณครู

Teacher Burnout ครูหมดไฟ
การลดอาการคุณครูหมดไฟเป็นหน้าที่โรงเรียน!
อาการหมดไฟ หรือ Burnout ของคุณครูดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่คุณครูต้องทำใจเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วด้วยอาชีพที่งานหนักและใช้พลังงานสูง สัญญาณบอกอาการ Burnout เช่น การนอนหลับยากและหลับไม่ลึก ร่างกายเหนื่อยล้าเรื้อรัง มีอาการเครียดและซึมเศร้า เป็นเรื่องที่คุณครูต้องพบเจอทุกวัน ทั้งที่ไม่ควรเป็นเรื่องปกติ นอกจากนั้นแล้วสุขภาพจิตครูนั้นส่งผลต่อนักเรียนอย่างมากอีกด้วย ทั้งนี้ ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะกิจลักษณะของอาชีพครูเท่านั้น แต่ว่าเกิดจากองค์กรหรือสถาบันที่ยังต้องทำความเข้าใจในตัวบุคลากรให้มากขึ้นด้วย
อาการ Teacher Burnout  หรือ คุณครูหมดไฟเป็นอย่างไร อ่านต่อได้ที่นี่
 
 แต่โรงเรียนจะบริหารจัดการบุคลากรอย่างไร เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อสุขภาพจิตให้ได้มากที่สุด? 
ทำแบบสำรวจความคุณครูและรับฟัง
ปัจจัยที่จะทำให้ครูหมดไฟได้ง่าย ๆ  คือความรู้สึกทีว่า สถานที่ทำงานไม่รับฟังความเห็นของครูเท่าที่ต้องการ สิ่งสำคัญเมื่อต้องบริหารคนคือการเปิดรับฟังความเห็นจากบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ การทำแบบสอบถามอาจจะฟังดูเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ว่าก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถรวบรวมความเห็นของคุณครูได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือการทำแบบสอบถามที่มีคุณภาพ รับรู้ว่าการใช้แบบสอบถามนั้น เป้าหมายคือการเน้นรับฟังความเห็นครูเป็นหลัก และนำคำตอบที่ได้รับจากคุณครูมาปรับใช้อย่างจริงจัง สิ่งที่โรงเรียนอาจจะทำได้หลังรวบรวมข้อมูลได้แก่ หาหัวข้อที่คุณครูแสดงความกังวลในแบบสอบถามมากที่สุด แล้วจัดการประชุมเล็กๆเพื่อให้คุณครูได้มีโอกาสและปรับแก้ปัญหาไปด้วยกัน
ให้คุณครูได้พักผ่อน
หลายคนบอกว่าอาชีพครูต้องทำงานตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ว่าจ้างจะสามารถใช้งานครูได้ตลอดเวลา การที่โรงเรียนช่วยจัดระเบียบเวลางานของบุคลากรได้อย่างมีคุณภาพ และสนับสนุน Work-life Balance ที่มีคุณภาพของบุคลากร เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้คุณครูทำงานกับโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดทั้งด้านการทำงานและจิตใจ
ลดกำแพงระหว่างหัวหน้าละลูกน้อง คอยสำรวจความรู้สึกของคุณครูอยู่เสมอ
หลาย ๆ ครั้งที่ภาระงานที่มากับหน้าที่การงานที่เติบโตขึ้น ทำให้คุณครูระดับหัวหน้าหรือบุคลากรบริหารไม่สามารถสร้างสายสัมพันธ์กับคุณครูในระบบคนอื่นได้มากเพียงพอ การจัดหาช่วงเวลาเพื่อลดระยะห่างและทำลายกำแพงระหว่างฝ่ายจัดการบรหาร และคุณครูผู้ทำงานให้กับโรงเรียนจึงเป็นเรื่องจำเป็น เมื่อบุคลากรทุกคนมีความเข้าใจที่ตรงกัน ตั้งแต่เรื่องหน้าที่การงานและข้อจำกัดต่าง ๆ ของแต่ละฝ่าย จะทำให้โรงเรียนสามารถบริหารบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่ขาดความเข้าใจและใส่ใจต่อคุณครู
สนับสนุนการดูและสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณครู
คุณครูทุกคนย่อมอยากดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างเต็มที่ แต่ก็มีข้อจำกัดมากมายเช่นกัน เช่น ความคิดที่ว่าอาชีพครูต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ผลักให้คุณครูทำงานโดยละเลยตัวเองโดยไม่รู้ตัว การที่โรงเรียนแสดงให้ครูเห็นว่า องค์กรให้ความสำคัญต่อสุขภาพและสุขภาพจิตครู รวมทั้งให้ครูได้พักผ่อน สถานศึกษาต้องแสดงให้เห็นว่า พร้อมที่จะเคารพเส้นแบ่งระหว่างชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัวของครู เช่น การไม่สั่งงานนอกเวลาการทำงาน นอกจากนั้น การจัดกิจกรรมเพื่อครู เช่น กีฬา หรือแม้แต่กิจกรรมท่องเที่ยวสั้นยังช่วยได้อีกด้วย
คำว่า อาการหมดไฟ อาจจะฟังดูเป็นเรื่องส่วนตัวที่คุณครูต้องจัดการด้วยตัวเอง แต่ว่าการที่โรงเรียนสามารถลดภาระและสนันบสนุนครูในทางที่ดี แสดงให้เห็นว่าองค์กรให้คุณค่าบุคลากรครูนั้นเป็นผลดีต่อทั้งตัวโรงเรียนเองและคุณครูในระยะยาว